วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

อันตรายจากความประมาทในการฝึกโยคะที่ไม่ควรมองข้าม

การทำอะไรทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจนั้น จะส่งผลให้กับตัวเราในทางที่ดี(ไม่ใช่เฉพาะการฝึกโยคะ) ซึ่งเป็นไปได้กับกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวัน และนับเป็นคุณลักษณะที่ดีสำหรับนำไปพัฒนาต่อไปในกิจกรรมต่างๆ
ผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาต่างๆนั้น ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะเรามีความสามารถที่ต่างกัน จึงมีความหลากหลายในเรื่องของความรู้ในสาขาต่างๆ บางคนชำนาญในเรื่องการจัดการตัวเลข การจัดระบบระเบียบสิ่งของ การนำเสนอ การทำเอกสาร การวาดภาพฯ

ผู้ฝึกโยคะหลายคนฝึกจนเกิดความชำนาญและเข้าใจในอาสนะ ในขณะที่หลายคนกำลังทำความเข้าใจอาสนะและอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน แต่บุคคลประเภทหลังจะเป็นผู้ที่ฝึกโยคะด้วยความระมัดระวัง ประกอบกับการพยายามทำการเรียนรู้ จึงมีโอกาสเสี่ยงจากการบาดเจ็บน้อยกว่าผู้ที่เข้าใจว่าตนเองมีความชำนาญแล้ว และอาจมีบางช่วงที่ฝึกโดยขาดความรอบคอบและระมัดระวัง โดยเแพาะอย่างยิ่งในอาสนะชุดยากต่างๆ ที่ยิ่งฝึกได้มากขึ้นเท่าไร กลับสร้างความ "หลงในอาสนะ" เหล่านั้น ให้กับผู้ฝึก บางคนถึงกับตัดสินว่า อาสนะยากๆเป็นตัวชี้วัดความเก่งของผู้ฝึกโยคะ จนอาจหลงลืมถึงแก่นของโยคะและคุณสมบัติที่กล่าวถึงเรื่องของสมาธิและการฝึกจิตไป

ผมเองไม่ใช่ครูโยคะที่เก่งในระดับที่หลายคนอาจกล่าวใช้คำยกย่องได้ แต่การเขียนบทความตอนนี้เขียนขึ้นเพื่อเตือนสติผู้ฝึกโยคะให้ตระหนักถึงโทษของการฝึกโยคะที่เราทำเพียงเพื่อต้องการเอาชนะตนเองโดยขาดความเข้าใจร่างกายของตนเองในขั้นพื้นฐาน การประเมินศักยภาพของตนเองและอาจเป็นการไม่รู้จักกาละเทศะในเรื่องสรีระของเราเอง
ดังเช่นอาสนะฝึกชุดกลับหัว ที่หลายคนอยากทำได้เพียงเพื่อพิสูจน์ว่า "ฉันทำได้" เพราะผมเองเคยบาดเจ็บจากการฝึกอาสนะชุดนี้มาแล้ว และยังโชดดีที่ไม่เกิดการกดทับของเส้นประสาทต้นคอ (ซึ่งสามารถส่งผลต่อสุขภาพในระดับที่อันตรายได้จากการกดทับของเส้นประสาทดังกล่าว)
ความพอดีและค่อยเป็นค่อยไป ทำได้เมื่อถึงเวลา จึงเป็นวลีที่ผมพูดลอยๆในชั้นฝึกโยคะ หลายคนอาจมองว่า เหมือนกับไม่ใส่ใจ
แต่ในความเป็นจริง มุมมองของผม เห็นบุคลิกของผู้ฝึกหลายคนว่า ยังไม่พร้อมในอาสนะนั้นๆ เพราะหากทำไปโดยร่างกายยังไม่พร้อม
คุณนั่นแหละที่ทำร้ายตัวคุณเอง และเมื่อถึงเวลานั้น อาจสายเกินไปกว่าจะกล่าวคำว่าเสียใจครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
25 กันยายน 2554

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปัญหาสุขภาพ,การฝึกโยคะ,ความเข้าใจที่ยังคลาดเคลื่อน และสิ่งที่เราอาจไม่รู้


ไม่ใช่การตั้งคำถาม แต่เป็นการตั้งชื่อหัวข้อสนทนาสำหรับวันนี้...
เราพบกันด้วยพรหมลิขิต...
เราพบกันเพราะความบังเอิญ...
เราพบกันเพราะ กรรม...
เราพบกันเพราะ หมอหรือแพทย์แนะนำ...
เราพบกันเพราะ มีคนแนะนำว่า...
เราพบกันเพราะ ความสนใจส่วนบุคคล...
ล้วนแล้วแต่เป็นความบังเอิญในลักษณะต่างๆ ทั้งที่จริงอาจไม่ใช่ความบังเอิญก็ได้
แต่ส่วนมากแล้ว เรามักจะพบว่า โยคะไม่ใช่ส่วนประกอบของชีวิต อย่างที่เราหลายคนเข้าใจ
และนั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อาจไม่ใช่ทั้งหมด
เรื่งของสุขภาพไม่เข้าใครออกใคร..
ไม่ต่างอะไรกับเรื่องของเงินทอง
ยามป่วยไข้ คนที่ดูแลเราได้ดีที่สุด คือตัวเราเอง
โยคะไม่ใช่ยารักษาโรค
หลายคนพยายามคิดว่า โยคะรักษาโรค
...สำหรับเรา โยคะเป็นการช่วยบรรเทาโรคบางโรคได้จริง
แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนอยู่ที่ตัวคุณเอง

จริงใจเสมอ

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คำตอบของปัญหาสุขภาพของแต่ละย่อมคนแตกต่างกันไป >>विभिन्न स्वास्थ्य समस्याओं.
















นมัสเต

เราได้ยินได้ฟังเรื่องราวและแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆและจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหนึ่งในทางแก้ปัญหาของภาวะสิ่งแวดล้อมปัจจุบันนั้น มีการเรียนโยคะเข้ามาเกี่ยวข้อง
ความจริงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์โบราณและล้าสมัยในระบบความคิดและการดำเนินชีวิตที่สวนทางกันในโลกปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ การอุทิศตนและเสียสละเพื่อพระผู้เป็นเจ้าดังที่หลายคนเข้าใจ และยังเป็นความเข้าใจที่ฝังอยู่ในระบบความคิดของเราเสมอมา
วันนี้รูปแบบและการฝึกฝนโยคะได้ถูกปรับไปตามกาลเวลา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภัยไข้เจ็บหลากหลายสาขาแนะนำให้ผู้ป่วยทดลองฝึกฝนโยคะกับครูผู้มีความชำนาญ หรืออีกนัยหนึ่งเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายเฉพาะทางหรือเฉพาะส่วนๆ ที่มีอาการต่างๆของโรคที่เราเป็น...
โยคะจึงไม่ใช่สิ่งที่ลึกลับต่อไป เพราะหากทางออกของปัญหาสุขภาพที่ดีมีการฝึกฝนอาสนะโยคะอยู่ด้วยแล้ว คนในยุคที่รายล้อมไปด้วยปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย น่าจะมีความยินดีที่ยอมสละเวลาเหน็ดเหนื่อยเพื่อแลกกับสุขภาพกายที่ดีกลับคืนมา

ไม่รู้ว่าคำตอบสุดท้ายของแต่ละคนเป็นอย่างไร...
โยคะอาจเป็นหนึ่งในคำตอบนั้น

shyamasundra yogiya das

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ภาพรวมของโยคะอาจไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพหรือการออกกำลังกายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ;योग सिर्फ स्वास्थ्य का मामला नहीं हो सकता है.
















นมัสเต...

ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องระบุไปว่า สิ่งที่เราให้ค่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หรือผิด เสมอไป...

เพราะในกรณีของการฝึกโยคะ และผู้ที่เข้าใจทั่วไป อาจคิดว่าการฝึกโยคะเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างกับ การออกกำลังกาย ยืดเส้นสาย เหมือนกับกีฬาอื่นทั่วไป ที่เราพบเห็น
และโดยเฉพาะในสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ด้วยแล้ว การจะมีชีวิตวนเวียนเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ที่ฝึกโยคะนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุหลักๆที่เราพบเห็น (จากประสบการณ์อันน้อยนิด)


นั่นคือ...โยคะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่สำคัญในการดำรงชีวิตอยู่ของคนทั่วไป

พูดแบบเข้าใจง่ายๆก็คือ โยคะน่าจะจัดอยู่ในประเภทของการรักษา ซึ่งโยคะเป็นเสมือนยารักษาโรคประเภทหนึ่ง เช่นเวลาเราป่วยไข้ ก็ไปหาหมอเฉพาะทาง โรคจากการเจ็บป่วยบางอย่าง เราอาจได้รับการแนะนำจากแพทย์ว่า ถึงเวลาที่ควรให้ร่างกายได้ออกกำลังกายเบาๆบ้าง


และส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายเบาๆนั้น (ประสบการณ์จากการสอบถามและพูดคุยกับลูกศิษย์ที่ผ่านมาของเราเอง**) โยคะก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการบำบัดร่างกายจากการเจ็บป่วยนั่นเอง

เมื่อได้รับคำแนะนำเรื่องสุขภาพ โยคะเป็นการบำบัดพื้นฐานที่ได้รับการกล่าวถึง เช่นความเข้าใจว่าการยืดตัวในรูปแบบของการฝึกโยคะ ช่วยให้ร่างกายมีการหมุนเวียนของระบบต่างๆ

หรืออาจมีความเข้าใจว่า การฝึกโยคะร้อนทำให้เหงื่อออกในปริมาณมากๆ และเมื่อเราสูญเสียเหงื่อแล้ว เราจะผอมลง หรือสามารถลดนำ้หนักได้อีกวิธีหนึ่ง

คงไม่ต้องมาถกเถียงกัน เพราะเราอาจมีมุมมองที่แตกต่างกันเป็นธรรมดา โยคะของคุณเป็นการบำบัด ผ่อนคลาย เป็นกีฬาเบาๆ หรือเป็นกีฬาทางเลือก...

และสำหรับผู้ที่ฝึกโยคะ (ในระดับที่เรียกว่าจริงจังถึงจริงจังที่สุด) นั้น โยคะของเขาอาจเป็นเพียงการตรวจสอบพฤติกรรมของเราเอง หรืออาจเป็นการตรวจสอบทัศนคติที่เคยชินของร่างกาย และเรียนรู้ถึงผลที่ตามมา เพราะความเปลี่ยนแปลงของผู้ที่ฝึกโยคะนั้น จุดมุ่งหมายสูงสุด (หากเราไม่ใช่นักบวช สาธุ หรือโยคี ) โยคะจึงอาจไม่ใช่ความคิดเชิงปรัชญาหรือจิตวิญญาณที่ลึกไปถึงพระผู้เป็นเจ้าสูงสุด

อาจมุ่งประเด็นไปที่ การฝึกโยคะช่วยควบคุมให้เรามีสติ มีสมาธิ และมีความสามารถในการจดจ่อกับภาระหน้าที่ในการทำงาน โดยเราสามารถจัดการควบคุมอารมณ์ให้รู้สึกสงบ แม้ในสถานการณ์ที่พบกับความยุ่งยากก็ตาม

แล้วการฝึกโยคะของคุณเป็นไปในทิศทางใดที่กล่าวมา... นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ .... เพราะคำตอบอยู่ในใจของผู้ที่ฝึกเอง.

หมายเหตุ ***
ภาษาในและข้อความในบล็อก เป็นภาษาพูดกึ่งเขียน และไม่มีการตรวจทานโดยราชบัณฑิตยสถาน จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนในการวางรูปประโยคหรือสระและพยัญชนะ สิ่งที่ต้องการคือ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา อ่านแล้วรู้สึกเป็นกันเอง ไม่สามารถนำไปอ้างอิงเป็นเอกสารวิชาการใดๆได้ครับ และถ้าต้องการเนื้อหาทางวิชาการ แนะนำให้อ่านหนังสือหรือวารสารเกี่ยวกับสุขภาพโดยตรงครับ

ขอบคุณ

shyamasundra yogiya das




วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สุขภาพต้องมาควบคู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน


อาการเจ็บป่วยที่แปลกประหลาดมีมากขึ้น

เพราะสาเหตุหลักจากปัจจัยแวดล้อม

เราป่วยด้วยโรคต่่างๆ

ทั้งที่เป็นในลักษณะอาการที่มองเห็น

หรืออาการของโรคมองไม่เห็น

...แต่เป็นแล้วเป็นเลย ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมใจ

และยากในการรักษาเยียวยา

หลายคนไร้หนทางรักษา หรือเพราะมืดมนในลักษณะอาการของโรค

สิ่งที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแนะนำให้ได้ยินประจำ

"...พักผ่อนและออกกำลังกาย ทานอาหารดีมีประโยชน์..."

ทุกคนรู้และเคยเรียนมาตั้งแต่จำความได้

เหมือนกับการท่องจำ

ไม่ต่างอะไรกับนกแก้วนกขุนทอง

หมอแนะนำให้ทำนู่นนี่ .. ทำในสิ่งที่แสนจะธรรมดา

กินผัก ผลไม้ งดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่

ออกกำลังกาย ...

ทำทุกอย่างเพื่อ

ป้องกันการ "ตาย"

ก่อนเวลาอันสมควร

...

แล้วเวลาไหนสมควร ไม่สมควร

คงไม่ต้องให้ใครมาบอกเรา.

เพราะถ้าเราบอก เวลานี้แหละ สมควรแล้ว

เหมาะสมที่จะเริ่มทุกสิ่งสำหรับตัวเราเอง

ถ้าวันนี้เราไม่ทำ พรุ่งนี้ก็คงไม่มีความหมายอะไร


วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

Krshnayoga โชคชัยสี่ และ New studio Yoga by krutune แจ้งวัฒนะ



สตูดิโอขนาดกระทัดรัด น่ารัก เปิดสอนโยคะโดยมีครูตูนเป็นผู้ดูแลเกือบทั้งหมด ส่วนเราจะไปสอนบางคลาส สำหรับผู้สนใจที่อยู่ย่านแจ้งวัฒนะ ติดต่อสอบถามได้ครับ อยู่เลยเซนทรัลแจ้งวัฒนะไป ฝั่งตรงข้ามกับอาคารจัสมิน เป็นสปอร์ตคลับของหมู่บ้านสายลม

สำหรับโชคชัยสี่ ยังสอนอยู่เช่นเดิมครับ *
รอบเวลาเรียน

สตูดิโอโยคะครูตูน ( โปรดสอบถาม )


รอบเวลาเรียน
กฤษณะโยคะ โชคชัยสี่
จันทร์ 09.00-10.15 / 18.30-19.30
อังคาร 09.00-10.15 / 18.30-19.30 / 19.45-20.45
พุธ 09.00-10.15
พฤหัส 09.00-10.15 / 18.30-19.30 / 19.45-20.45
ศุกร์ 09.00-10.15
เสาร์ 18.30-19.30 / 19.45-20.45 (มีบางเสาร์เท่านั้น โปรดสอบถาม)
อาทิตย์ 10.00-11.15 / 18.30-19.30


เราจะประจำที่สตูดิโอครูตูน ทุกวันพุธ และวันเสาร์ครับ อาจมีวันอื่นบ้างตามความเหมาะสม
รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดสอบถามโดยตรงครับ หรือที่ 085-367-7163 / privateya@yahoo.com / krshna.yoga@yahoo.com

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

เน้นการยืดหยุ่นที่มากเป็นพิเศษ เปิดสอนสำหรับผู้ที่สนใจครับ



เป็นการสอนที่ผสมผสานโยคะกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่เชื่องช้า นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยการใช้สมาธิและกำลังที่มากพอสมควร เป็นวิชาใหม่ที่เราจะเปิดสอน โดยเน้นเรื่องการยืดหยุ่นร่างกายที่ต่อเนื่อง และค่อนข้างได้ผลดีสำหรับในเรื่องของการใช้สมาธิและพละกำลังอีกเล็กน้อยครับ โดยเราใช้ชื่อการสอนลักษณะนี้ว่า แอดจัสท์เม้นท์ adjustment ส่วนชื่อเต็มๆนั้นอาจเรียกยากไปนิด แต่เป็นวิชาที่เราภูมิใจนำเสนอครับ
แต่ก็คงต้องยอมรับว่า วิชานี้จะเหนื่อยมากเป็นพิเศษขึ้นมาอีกนิดนึง สำหรับการเรียน ใครที่ลงเรียนคอร์สกับเราไว้ จะมีให้ทดลองเรียนหนึ่งครั้งครับ สนุกและอาจเหนื่อยบ้าง แต่ก็น่าจะได้ผลดีหลายๆด้านครับ

สำหรับการสอนในอนาคต จะสอนที่โชคชัยสี่ และสตูดิโอโยคะครูตูน ย่านแจ้งวัฒนะ ที่เรากับครูตูนเปิดสอนด้วยกัน แต่หลักๆครูตูนจะเป็นผู้ดูแลคอร์สเรียนแทบทั้งหมดครับ ใครสนใจเรื่องเวลาและสถานที่เรียน จะแจ้งให้ทราบครับ


สวัสดี

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

ท่วงท่า,อาสนะ และการฝึก , หัวใจสำคัญของโยคะ


สวัสดีครับ หลังจากหายไปนาน สามเดือนกับอีกหกวัน...
เพราะกิจกรรมทางโลกที่วุ่นวาย รวมไปถึงการสอนที่เพิ่มจำนวนผู้เรียน และมีความหลากหลายทางความคิดมากขึ้นตามลำดับ
ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ยังคงรักโยคะเสมอและไม่คิดจะเปลี่ยนใจ ..

สำหรับในวันนี้ เป็นการปรับปรุงความคิดของเราเองและของคุณ อาจเนื่องจากประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นอีกเล็กน้อย แม้เราหลายคนจะคิดเพียงว่า การฝึกโยคะเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ก็ตาม หรือแม้แต่จะคิดว่า โยคะฝึกแล้วผอม ลดความอ้วนได้
..นั่นก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด หรือแม้แต่ที่บางคนคิดว่า ท่าฝึกยากๆพิสดาร จะช่วยให้เราเข้าถึงแก่นแท้ของความจริงบางอย่างได้
...อธิบายคร่าวๆตามข้อมูลที่เราเรียนรู้มา เพื่อสร้างความเข้าใจง่ายๆให้กับผู้ที่สนใจ

พักสักครู่ครับ ขอไปดื่มนำ้เต้าหู้สักแก้ว อดอาหารมาหนึ่งวันเต็มๆแล้ว


...



ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันต่อครับ เรื่องของอาสนะ หรือเราอาจเรียกให้พอเข้าใจง่ายๆว่า ท่าฝึก ต่างๆนั้น ทำไมจึงต้องมีความแปลก หรือประหลาด ซึ่งในความจริง ท่าฝึกต่างๆนั้น มีจุดประสงค์หลักคือการเอาชนะสภาวะของธรรมชาติในการดำเนินอิริยาบทพื้นฐานของร่างกายเรานั่นเอง

ซึ่งท่าฝึกเหล่านี้ไม่ใช่การทำท่าทางแปลกพิสดาร โดยไม่มีหลักการ
เพราะอาสนะฝึกคือการนำเอาท่าทางของสิ่งมีชีวิตต่างๆโดยรวม และเป็นการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เช่น ท่าทางของนก สัตว์ชนิดต่างๆ หรือการเลียนแบบธรรมชาติ

อาสนะจึงอาจเรียกว่าเป็นการรวมวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตไว้ด้วยกัน....

ทีนี้เราคงพอจะเข้าใจและนึกภาพออกตาม
และเมื่อเราฝึกอาสนะแล้ว ในทางปฎิบัติ เราทุกคนอยากทำท่าทางต่างๆให้ยากๆยิ่งขึ้นไป แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ที่เราพยายามบอกว่า ให้ฝึกอย่างผ่อนคลายนั้น เพราะว่า เมื่อเราเข้าสู่ท่าทางฝึกนั้นๆแล้ว เราสามารถนิ่งอยู่ได้ด้วยการขัด หรือล็อก ตามที่ควรจะเป็น และให้ถอนความตั้งใจออกไปจากท่าทางเหล่านั้น ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่สมาธิอย่างหนึ่ง และนั่นเป็นหัวใจหลักที่สำคัญมาก แต่ส่วนมาก ความสนใจของเรามักจะไปอยู่ที่ท่าทางฝึกยากๆ และคิดว่า ความแปลกประหลาดนั้นเป็นหัวใจสำคัญ...

ลองอ่านดูอีกครั้งได้ครับ คุณจะพบว่าความจริงบางอย่างถูกลบเลือนไปด้วยการประชาสัมพันธ์จริงๆ...

เออ ดีจัง กดลิ้งไปเฟซบุ๊คได้ด้วย ขอบคุณมาก
" yogiya "

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

www.yogiya.net



แนะนำเวบไซต์ และเวบบอร์ดถามตอบ และแนะนำการฝึกโยคะ ที่เราพึ่งจัดทำขึ้นได้สักพักครับ

www.yogiya.net

ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงที่เราย้ายไปเขียนในนั้น เนื่องจากความสะดวกในการเขียนครับ เพราะบางครั้งเขียนในโทรศัพท์มือถือ แต่ในนี้ก็จะยังมีอยู่ครับ ไม่ได้ปิดหรือย้ายไปไหน เพียงแต่อาจส่งลิ้งค์ไป เพื่อง่ายต่อการอ่านครับ
...
โลกเปลี่ยนไป
ความคิดใหม่ๆก็เข้ามา
ประสบการณ์ใหม่ๆ
สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
ด้วยความปราถนาดี

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

โปสเตอร์ท่าไหว้พระอาทิตย์


สำหรับผู้ที่สนใจและสามารถนำกลับไปฝึกหัดได้ที่บ้าน ขนาดมาตรฐาน สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

What I see ... may be what you see is the same.








ที่ต้องเขียนเพราะมีเหตุปัจจัยที่มาจากการพบปะผู้คนมากหน้าในแต่ละวัน ซึ่งการพบกับผู้คนมากมายนั้นไม่ใช่สิ่งยืนยันว่า เราจะเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ทั้งหมดในโลกใบนี้ เพราะโลกไม่ได้มีคำตอบสำเร็จรูปให้เราเหมือนกับอาหารหรือสิ่งของเครื่องใช้ และยิ่งหากมองลึกลงไปในรายละเอียดด้วยแล้ว โลกนี้ไม่สำเร็จรูปเลย


ทุกคืนวันของการเป็นครู (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทสมมติ) มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกับการมีตัวตน ทั้งที่ในความเป็นจริง ทุกคนล้วนเป็นเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ได้รับการสมมติให้เป็น...


แล้วอะไรคือประเด็นของเรื่องนี้..

ภาพสะท้อนจากความพยายามและตั้งใจเรียนของผู้ที่มาฝึก หรือบางคนอาจจะมองว่า เป็นการมาออกกำลังกาย ในศาสตร์วิชาโบราณที่มีมานานกว่า 5,000 ปี ที่เราเปิดสอนในบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง เป็นภาพที่มีความหลากหลาย ทั้งผู้เรียนที่เป็นเด็กประถม มัธยมปลาย คนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา จนถึงคุณป้าวัยเกษียณ ได้ทำให้เราสัมผัสถึงบางอย่าง

ล่วงเวลาเข้าปีที่สามของการสอน ชั่วโมงของการเป็นครูอาจารย์ที่มีมากขึ้น ประสบการณ์ในการมองเห็น รับรู้ และการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ จากปาก อิริยาบทท่าทาง ที่เราได้ถ่ายทอดให้กับคนร่วมร้อยคน เป็นจำนวนที่ไม่มากมายนัก แต่สิ่งที่สะท้อนมาจากชีวิตต่างๆที่เราพบ กลับมากมายและมีคุณค่าเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด สิ่งที่ทำได้คือ เขียนเล่าให้กับ "คุณ" ที่มาอ่านเจออาจทั้งจากความตั้งใจหรือบังเอิญก็ตาม

ผู้เรียนหลายคนมีความตั้งใจแตกต่างกันไป ตามสภาวะของเขาเหล่านั้น บางคนมาเรียนเพื่อเป็นการผ่อนคลาย บางคนมาเพื่อให้การฝึกฝนเป็นการทุเลาอาการของการเจ็บป่วยต่างๆ บางคนมาเพราะต้องการพบปะสมาคมกับคนอื่น โดยทั้งหมดที่กล่าวมา ทุกคนได้ร่วมประสบการณ์เดียวกัน คือการปฏิบัติอาสนะโยคะ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าใครจะมีบทบาททางสังคมอย่างไร .. เพราะทุกคนที่มาที่นี่ ต้องมารับการฝึก แต่จะมากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสภาพร่างกายของคุณเอง ว่ามีมากหรือน้อยแค่ไหน

สิ่งที่เราเห็น เหมือนกับโรงละครเล็ก ที่มีผู้แสดงในบทบาทต่างๆ ทั้งที่เหนื่อยและปวดเมื่อยในบางครั้ง แต่ละคนก็มีความตั้งใจลดหลั่นกันไป จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบหลักของตัวเขาเอง

หากจิตใจและร่างกายไม่สบาย การฝึกจะแสดงออกมาในลักษณะของคนที่มีความกังวลหรือมีความทุกข์ใจซ่อนอยู่ กับคนที่มีความตั้งใจตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนกับเราได้ดูหนังสักเรื่องที่ต้องยิ่งตั้งใจเป็นพิเศษ ผู้รับการฝึกทั้งชายหญิงล้วนนอนในระนาบเดียวกัน คือขนานไปกับพื้นโลก


.....ส่วนหัวใจของแต่ละคนจะคิดอะไรนั้น ... คุณเองที่รู้คำตอบ...


วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อย่าย่อท้อและเหนื่อยหน่าย ถ้าเรายังศรัทธาในศาสตร์แห่งโยคะ



มีบ้างเหมือนกันที่เราอาจจะเบื่อหรือท้อว่า ทำไมฝึกไปฝึกมาก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง
โยคะไม่ใช่วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของการแข่งขันครับ เราฝึกโยคะเพื่อยกระดับของร่างกายและจิตใจ ความคิดไปพร้อมๆกัน บางคนอาจอยากทำอาสนะท่านั้นท่านี้ได้ จนลืมไปว่า"เราฝึกเพื่ออะไร" เพราะจุดมุ่งหมายหลักของโยคะ ให้เราฝึกก่อน แล้วผลที่ได้นั้นจะตามมาทีหลังครับ เหมือนกับการอ่านตำรามากๆ แล้วจึงมาพัฒนาเป็นความคิดรวบยอด ในแต่ละสาขาที่เราเรียนรู้นั่นเองครับ
เราเองก็ไม่ใช่คนเก่งอะไรมากมาย เพียงแค่อธิบายและให้ข้อมูลความรู้ในศาสตร์นี้ได้บ้าง แต่ก็เป็นเพียงมุมมองหนึ่ง ที่ไม่ใช่มุมมองทั้งหมด จึงอาจมีการผิดพลาดเป็นธรรมดา ส่วนไหนที่ดียังคงอุทิศให้บุพการี เจ้ากรรม และผู้มีบุญคุณ ตามที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่เริ่มทำการสอนมา ส่วนไหนไม่ดีขอน้อมรับและขออภัยครับ
จากใจจริงครับ ^^
shyamasundra yogiya das

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เมื่อสภาพร่างกายและจิตใจอ่อนล้าจากสิ่งต่างๆรอบตัว (Tomorrow never known)



Normal life through the stories into each day. May be more or less slowly or quickly.In any religion and we call that karma, is good karma and bad karma, sometimes some. When faced with karma in different ways. If this is good karma. Or we have already received. Life is feeling comfortable Most of us will forget that you are to get the good karma. But when life is felt not happy. Or are experiencing problems. We are seen as bad karma, because the fact that part of your life with a flood of results. Causes most Will come from us. We need to hold that this is so because the world in fact. We can not control everything according to the mind as we want.

Many people may think that Yoga instructors are not sick or having trouble with the karma of what various In fact. Yoga instructor from past to present. Did not differ from our other current Life is both joy and suffering of living creatures normally. Since the injury practice. Accident. Causes trouble, and internal and external environment surrounding mental etc..

For us, every problem we are solving the problem. And make life too. Because the role of life Ours is just the place to outline the path. In addition, it may be a matter of karma. The catalyst for us to do next meet tomorrow. Is one minute or one month forward one year ... no one can know.



ธรรมดาของชีวิตที่มีเรื่องราวต่างๆผ่านเข้ามาในแต่ละวัน อาจมากหรือน้อย ช้าหรือเร็ว ในทางศาสนาเราเรียกรวมๆว่ากรรม มีทั้งกรรมดี กรรมไม่ดี บางครั้งบางคน เมื่อประสบกับกรรมในลักษณะต่างๆ ถ้าเป็นกรรมที่ดี หรือเราได้รับแล้ว ชีวิตมีความรู้สึกสุขสบาย ส่วนมากเราจะหลงลืมไปว่ากำลังรับกรรมที่ดีนั้น แต่เมื่อใดชีวิตมีความรู้สึกว่าไม่ค่อยมีความสุข หรือกำลังประสบปัญหาต่างๆ เราจะมองว่าเป็นเพราะกรรม ที่ไม่ดี ซึ่งความจริง ส่วนหนึ่งของชีวิตที่มีผลต่างๆเกิดขึ้น เหตุปัจจัยส่วนมาก จะมาจากตัวเรา เพราะเราไปยึดว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือเพราะว่า โลกในความเป็นจริง เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามดังที่ใจเราต้องการได้
หลายคนอาจนึกว่า ผู้ฝึกสอนโยคะจะไม่ค่อยป่วยไข้หรือประสบกับกรรมจากสิ่งรุมเร้าต่างๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้ฝึกสอนโยคะตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ก็ไม่ได้แตกต่างจากเราๆทั่วๆไป คือชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ตามธรรมดาของสัตว์โลก ตั้งแต่การบาดเจ็บจากการฝึกฝน จากอุบัติเหตุ และเหตุปัจจัยรุมเร้าทั้งภายนอกและภายใน สภาพจิตใจ สิ่งแวดล้อมรอบข้างฯลฯ
สำหรับเราแล้ว ปัญหาทุกปัญหามีไว้ให้เราแก้ และทำให้ชีวิตมีเรื่องราว เพราะบทบาทของชีวิต เราเองเป็นเพียงผู้วางเส้นทางไว้คร่าวๆ นอกเหนือจากนั้นอาจเป็นเรื่องของกรรม ที่จะบันดาลให้เราพบเจอกับอะไรต่อไปในวันพรุ่งนี้ หรืออาจเป็นอีกหนึ่งนาทีข้างหน้า หนึ่งเดือน หนึ่งปี ...ไม่มีใครรู้ได้