หลังคลาสฝึกโยคะเย็นนี้ นักเรียนสองสามคนนั่งพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่บังเอิญวกเข้าเรื่องของสมาธิและจิต ซึ่งยังเป็นที่สงสัยสำหรับผู้เรียนหลายคนว่า เราจะมีสมาธิหลังจากฝึกโยคะจริงหรือเปล่า..
หากเจาะลึกไปในเรื่องของรายละเอียด เราอาจไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการอธิบายลึกลงไปในเรื่องของสมาธิ จนถึงรายละเอียดขั้นตอนของการปฎิบัติ
...สิ่งที่เราทำกันอยู่ทุกวันเป็นการฝึกโยคะที่หนักหน่วงนั้น ใจของข้าพเจ้าคิดถึงการปรับท่วงท่าอาสนะของผู้ฝึกก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องของลมหายใจที่ยาวนานนั้น เป็นเรื่องสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าไม่มองข้าม
...ลมหายใจที่ลึกและยาวนาน ช่วยในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย ปรับความดันโลหิต ระบบต่างๆจะทำงานช้าลง และท้ายที่สุด เมื่อฝึกไปในระดับหนึ่ง เราจะมีความจดจ่อกับท่วงท่าอาสนะ...
สิ่งนั้นคือจุดเริ่งต้นของการมีสติอยู่กับตัว
นักเรียนโยคะส่วนมากเป็นพนักงานประจำตามบริษัทต่างๆ ที่ชีวิตหนึ่งวันต้องวุ่นวายกับการทำงานตามกำหนดการตามที่บริษัทกำหนด ทุกจังหวะของลมหายใจเข้าออกมีแต่ความรีบเร่ง
คงไม่ต้องถามถึงเรื่องของสมาธิในระดับต่างๆ เพราะการทำงานให้ทันกับเวลาก็แทบไม่ทัน
การสอนของข้าพเจ้าจึงใช้หลักการดูจากภาพรวมของชั้นเรียนนั้นๆ ว่าสิ่งประกอบแวดล้อมมีอะไรบ้าง..
ความรีบเร่งก่อนเข้ามาเรียน การออกมาจากที่ทำงานเพื่อให้ทันเวลาเรียน จึงสลายลงด้วยการฝึกอาสนะที่หนักในช่วงต้น และเมื่อจิตของผู้เรียนเริ่มอยู่กับสิ่งที่กำลังปฏิบัติ นั่นคือการฝึกโยคะ ลมหายใจที่เร็วเร่งก็จะช้าลง
... สมาธิจะมีหรือไม่มีนั้น คงไม่สามารถสรุปได้ในเวลาเพียงสั้นๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่ได้แน่นอนนั่นคือ ร่างกายที่มีความยืดหยุ่น
เมื่อร่างกายยืดหยุ่น ความตึงเครียดต่างๆก็ลดถอยลงไป
เป็นธรรมดาของโลก มีหนัก ก็มีเบา
หายใจให้ช้า สูดลมหายใจให้ลึก กำหนดลมหายใจเข้าออก นับเป็น 1:2
คุณจะพบว่า โลกมันไม่ได้เร่งรีบขนาดนั้น
เราเองต่างหากที่รีบเร่งกันไปเอง
yogiya
วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
โยคะกับการลดหน้าท้อง ต้นขา และไขมันส่วนเกินต่างๆ
ท่าฝึกโยคะส่วนมากเน้นที่การปรับสมดุลให้กับร่างกาย บางครั้งผู้สอนจึงให้ฝึกไปตามที่ร่างกายและสรีระของผู้เรียนแต่ละคนจะทำได้
สำหรับในชั่วโมงเรียนบางครั้ง ผู้เรียนถามถึงอาสนะต่างๆที่ช่วยลดส่วนเกินต่างๆ ของหน้าท้องต้นขา ฯลฯ
เราจะนึกไปถึงอาสนะต่างๆ ที่ผู้ฝึกทำแล้วมีความเกี่ยวข้องกับส่วนนั้นๆ โดยที่ในตำราโยคะก็ไม่ได้บอกไว้เช่นเดียวกัน เพียงแต่อาศัยจำจากประสบการณ์และความเป็นไปได้ เช่นต้นขาจะเล็ก ก็ต้องบริหารช่วงต้นขา
จึงเน้นไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อส่วนดังกล่าว ท่านักรบจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่อาจเป็นคำตอบดังกล่าว
และหากเสริมสร้างกำลังกล้ามเนื้อในส่วนที่กล่าวมาด้วย ครูผู้สอนจึงให้ผู้เรียนคงค้างในอาสนะนั้นนานกว่าปกติ
เรื่องของการแก้ปัญหาเป็นส่วนๆ ที่จริงแล้วเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ
...เพราะสาเหตุหลักน่าจะอยู่ที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรามากกว่า
กินอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น
ให้ค่าต่อสิ่งใด เราก็เป็นอยู่เพราะสิ่งนั้น...
ด้วยความเคารพ ^
21052012
สำหรับในชั่วโมงเรียนบางครั้ง ผู้เรียนถามถึงอาสนะต่างๆที่ช่วยลดส่วนเกินต่างๆ ของหน้าท้องต้นขา ฯลฯ
เราจะนึกไปถึงอาสนะต่างๆ ที่ผู้ฝึกทำแล้วมีความเกี่ยวข้องกับส่วนนั้นๆ โดยที่ในตำราโยคะก็ไม่ได้บอกไว้เช่นเดียวกัน เพียงแต่อาศัยจำจากประสบการณ์และความเป็นไปได้ เช่นต้นขาจะเล็ก ก็ต้องบริหารช่วงต้นขา
จึงเน้นไปที่การเกร็งกล้ามเนื้อส่วนดังกล่าว ท่านักรบจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่อาจเป็นคำตอบดังกล่าว
และหากเสริมสร้างกำลังกล้ามเนื้อในส่วนที่กล่าวมาด้วย ครูผู้สอนจึงให้ผู้เรียนคงค้างในอาสนะนั้นนานกว่าปกติ
เรื่องของการแก้ปัญหาเป็นส่วนๆ ที่จริงแล้วเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ
...เพราะสาเหตุหลักน่าจะอยู่ที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรามากกว่า
กินอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น
ให้ค่าต่อสิ่งใด เราก็เป็นอยู่เพราะสิ่งนั้น...
ด้วยความเคารพ ^
21052012
วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
การดูแลสุขภาพตัวเราเอง
ปราการด่านแรกที่เราต้องผ่านพ้นไปให้ได้นั้นคือ การดูแลตัวเราเอง
หลายคนที่ปรึกษาปัญหาสุขภาพกับข้าพเจ้า มักจะบอกว่าตนเองไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย
ในขณะที่เราพบเจอกันได้ทั่วไป ตามห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง
....
สถานการณ์ของชีวิตเรามีทั้งที่ดีและไม่ดี ที่เราต้องเผชิญ และในสถานการณ์ชีวิตต่างๆนั้น การมีสุขภาพที่ดีกว่าย่อมได้เปรียบ ทำให้เราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆให้ผ่านพ้นไปได้
โดยเราต้องดูแลร่างกายเราให้อยู่ในสภาพที่พร้อมเผชิญสิ่งต่างๆเสมอ
ไม่ใช่ว่าจะต้องมาเล่นมาเรียนโยคะฤษีดัดตนทุกคนเสมอไป
การฟื้นฟูสุขภาพมีตั้งแต่กระบวนการทำให้โลหิตไหลเวียนสะดวก อาจเริ่มต้นจากการนวด ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และขณะเดียวกันก็ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย
อย่างน้อย วันที่เราได้ริเริ่มความคิดเรื่องสุขภาพ การทำเพื่อตัวเราเอง ให้เรามีสภาพร่างกายที่ดีนั้น เป็นด่านแรก ก่อนที่เราจะก้าวเข้าไปยื่นมือช่วยเหลือคนอื่น
จริงหรือไม่จริงเราคงๆไม่ขยายความ เพราะทุกคนล้วนมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ^
***( ภาพประกอบการฝึกประจำวันของผู้เขียน )
วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555
สวัสดีปีใหม่แบบไทยๆ
ช่วงเทศกาลปีใหม่แบบไทยๆ คนไทยเรามักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและการกลับไปเยือนถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง และเป็นธรรมเนียมที่ดีงามที่มีการรดนำ้ผู้ใหญ่
การฝึกฝนตนเอง แม้จะไม่ใช่การฝึกโยคะ เราทุกคนก็ทำเป็นวัตรประจำวันได้ง่ายๆ
การสูดลมหายใจช้าๆและลึกๆด้วยการเจริญสติ และตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท เป็นช่องทางหนึ่งของการฝึกสมาธิและจิต เช่นเดียวกัน
อาสนะโยคะที่ว่ายากเท่าไรนั้น คงไม่สำคัญเท่ากับการฝึกตนเองให้ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
มองโลกอย่างที่เห็นและปล่อยให้มันเป็นไป เท่านี้ชีวิตก็มีความสุข ด้วยความเข้าใจง่ายๆเท่านั้นเอง
อาจฟังดูง่าย แต่ไม่ยากที่จะลองทำความเข้าใจ
^ ^
การฝึกฝนตนเอง แม้จะไม่ใช่การฝึกโยคะ เราทุกคนก็ทำเป็นวัตรประจำวันได้ง่ายๆ
การสูดลมหายใจช้าๆและลึกๆด้วยการเจริญสติ และตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท เป็นช่องทางหนึ่งของการฝึกสมาธิและจิต เช่นเดียวกัน
อาสนะโยคะที่ว่ายากเท่าไรนั้น คงไม่สำคัญเท่ากับการฝึกตนเองให้ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
มองโลกอย่างที่เห็นและปล่อยให้มันเป็นไป เท่านี้ชีวิตก็มีความสุข ด้วยความเข้าใจง่ายๆเท่านั้นเอง
อาจฟังดูง่าย แต่ไม่ยากที่จะลองทำความเข้าใจ
^ ^
วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555
โยคะกับการเจริญสติ
ในพื้นฐานความเข้าใจทั่วไป เราแบ่งความมุ่งหมายของโยคะไว้ด้วยเส้นที่บางเบา ฝึกโยคะแล้วร่างกายแข็งแรง และฝึกโยคะแล้วได้สมาธิ..
ความเข้าใจที่หลากหลายไม่ใช่ข้อสรุปชี้วัดให้กับความรู้ในสาขาต่างๆ...
เราเองก็ไม่ต้องการให้ทุกข้อเขียนในหน้าเวบบล็อกนี้เป็นข้อสรุปทุกคำถามที่ล่องลอย เราทำได้เพียงช่วยเพิ่มเติมข้อมูลทั้งด้านสุขภาพและจิตวิญญาณ ในระดับที่คนทั่วไปอ่านและนำไปค้นคว้าหาความรู้ประกอบเพิ่มเติม โดยไม่เน้นว่าจะต้องเป็นเนื้อหาเชิงวิชาการที่หนักเกินไป
เกริ่นนำมาจนแทบออกนอกประเด็น...
การเจริญสติเป็นคำที่มีความหมายในทางการปฏิบัติภาวนา
สำหรับผู้ฝึกโยคะ ในการเรียนจะฝึกฝนควบคู่ไปกับการกำหนดลมหายใจ ซึ่งอาจมีอีกหลายวิธีการตามแต่ครูผู้ฝึกสอนเลือกนำมาเป็นบทเรียน สิ่งที่ได้จากการฝึกโยคะคือเรื่องของผลรวมต่อสุขภาพที่ดีขึ้น และการใช้สติควบคู่ขณะฝึก ผู้เรียนต้องคอยฟังการบรรยายอาสนะฝึกและหลักปฏิบัติในขณะฝึก หากผู้เรียนเผลอไปเพียงชั่วขณะ การฝึกจะขาดความต่อเนื่องทันที.. หากจิตใจเราแส่ส่าย การฝึกโยคะจะเป็นการเน้นเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อบริหารส่วนต่างๆให้ทำงานสะดวกขึ้น โดยเราอาจตัดประเด็นของสมาธิออกไปก่อน ให้การเรียนขณะนั้นสอดคล้องกับภาวะของผู้เรียนเอง เพราะประสบการณ์การสอนที่ผ่านมา เมื่อเริ่มคลาส ผู้เรียนบางคนยังพะวงกับเรื่องต่างๆที่คั่งค้าง กว่าจะเข้าขั้นของการให้สติกลับมาอยู่กับตัวนั้น บางครั้งใช้เวลาพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะจิตในขณะนั้นนั่นเอง จึงปรับเปลี่ยนการสอนให้ควบคู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น เช่นดูจากกลุ่มผู้เรียน เป็นต้น
ความเข้าใจที่หลากหลายไม่ใช่ข้อสรุปชี้วัดให้กับความรู้ในสาขาต่างๆ...
เราเองก็ไม่ต้องการให้ทุกข้อเขียนในหน้าเวบบล็อกนี้เป็นข้อสรุปทุกคำถามที่ล่องลอย เราทำได้เพียงช่วยเพิ่มเติมข้อมูลทั้งด้านสุขภาพและจิตวิญญาณ ในระดับที่คนทั่วไปอ่านและนำไปค้นคว้าหาความรู้ประกอบเพิ่มเติม โดยไม่เน้นว่าจะต้องเป็นเนื้อหาเชิงวิชาการที่หนักเกินไป
เกริ่นนำมาจนแทบออกนอกประเด็น...
การเจริญสติเป็นคำที่มีความหมายในทางการปฏิบัติภาวนา
สำหรับผู้ฝึกโยคะ ในการเรียนจะฝึกฝนควบคู่ไปกับการกำหนดลมหายใจ ซึ่งอาจมีอีกหลายวิธีการตามแต่ครูผู้ฝึกสอนเลือกนำมาเป็นบทเรียน สิ่งที่ได้จากการฝึกโยคะคือเรื่องของผลรวมต่อสุขภาพที่ดีขึ้น และการใช้สติควบคู่ขณะฝึก ผู้เรียนต้องคอยฟังการบรรยายอาสนะฝึกและหลักปฏิบัติในขณะฝึก หากผู้เรียนเผลอไปเพียงชั่วขณะ การฝึกจะขาดความต่อเนื่องทันที.. หากจิตใจเราแส่ส่าย การฝึกโยคะจะเป็นการเน้นเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อบริหารส่วนต่างๆให้ทำงานสะดวกขึ้น โดยเราอาจตัดประเด็นของสมาธิออกไปก่อน ให้การเรียนขณะนั้นสอดคล้องกับภาวะของผู้เรียนเอง เพราะประสบการณ์การสอนที่ผ่านมา เมื่อเริ่มคลาส ผู้เรียนบางคนยังพะวงกับเรื่องต่างๆที่คั่งค้าง กว่าจะเข้าขั้นของการให้สติกลับมาอยู่กับตัวนั้น บางครั้งใช้เวลาพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะจิตในขณะนั้นนั่นเอง จึงปรับเปลี่ยนการสอนให้ควบคู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น เช่นดูจากกลุ่มผู้เรียน เป็นต้น
วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
มนุษย์กับการเคลื่อนไหว
เพราะเราทุกคนต่างคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหว วิธีการคิดดังกล่าวจึงติดตัวเราเสมอ และนำมาใช้กับการทำกิจกรรมแทบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การฝึกโยคะ โดยความคิดที่ว่า ยิ่งร่างกายเคลื่อนไหวมากเท่าไร ร่างกายก็ยืดหยุ่นได้มากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ตำราโยคะดั้งเดิม ได้กล่าวไว้ถึงอาสนะในความหมายที่ว่า อาสนะนำไปสู่ความนิ่ง และความเป็นปกติสุข ซึ่งเราอาจเข้าใจง่ายๆตามหลักการดำรงชีวิตทั่วไปว่า การเคลื่อนไหวทำให้ร่างกายทำงาน ระบบต่างๆทำงาน ยิ่งเคลื่อนไหวมากยิ่งดี แต่เราอาจลืมคิดในอีกมุมหนึ่งว่า อิริยาบทที่นิ่งและเคลื่อนไหวน้อยที่สุดนั้น ใช่ว่าระบบประสาทจะหยุดการทำงาน (สถิรสุขมาสนะ) เพราะการหยุดนิ่งนั้น ระบบต่างๆของเรายังคงทำงานเต็มที่ เพื่อรักษาร่างกายให้นิ่ง ซึ่งใช้กำลังพอๆกับการเคลื่อนไหว แต่อาจเป็นเพราะความเคยชิน เราจึงเข้าใจกันว่า ยิ่งเคลื่อนไหวมากยิ่งดี
(ติดตามต่อในตอนหน้าครับ)
(ติดตามต่อในตอนหน้าครับ)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
เผาผลาญส่วนเกินของร่างกายด้วยการฝึกโยคะ ทำได้จริงหรือไม่.
การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโยคะที่มีมากขึ้นในอินเตอร์เนต ทำให้เราค้นคว้าประกอบการตัดสินใจเพื่อการดูแลสุขภาพของตัวเราเอง หรือคนที่เรารักและเป็นห่วงได้ไม่ยากนัก ซึ่งหนึ่งในข้อมูลเหล่านั้น คุณอาจค้นเจอสิ่งที่เราเขียนผ่านตา
ข้อมูลทางอินเตอร์เนต ช่วยในขั้นพื้นฐานของการสืบค้น เพราะส่วนที่เหลือคือ เราต้องค้นคว้าและทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงจะรู้ เพราะการเรียนโยคะไม่ใช่เพียงการท่องจำ..
ในห้องเรียน เราบอกอยู่เสมอว่า คุณไม่ต้องพยายามจำอาสนะต่างๆ เพราะยิ่งเราพยายามมากเท่าไร อาจเป็นการปิดกั้นความรู้ ที่เกิดจากการเรียนรู้ระหว่างฝึกปฏิบัติ เพราะในกระบวนการเรียนรู้โยคะ เรารู้ได้จากการเข้าใจในระหว่างท่วงท่าอาสนะ และการฝึกด้วยความเข้าใจ แม้จะไม่มากนัก แต่ความเข้าใจในอาสนะต่างๆนั้น ทำให้เรารู้ถึงความสัมพันธ์ของระบบต่างๆได้เป็นอย่างดี ( ความเข้าใจในธรรมชาติของการหายใจและการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อในแบบโยคะ)
ข้อมูลเชิงวิชาการมีไว้ให้เราเป็นผู้ตรวจสอบด้วยตนเอง ส่วนการปฏิบัติจริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การท่องจำและเข้าใจแบบนกแก้วนกขุนทองไม่สนุกเท่ากับการเรียนรู้ในการฝึกจริงๆ
เราไม่ได้บอกว่าการท่องจำไม่ดี แต่อยากให้คุณลองฝึกด้วยตัวเอง และหากเป็นไปได้ ควรฝึกต่อเนื่องสักระยะ เพื่อดูผลที่ได้จากการฝึก และได้เข้าใจสิ่งที่หนังสือข้อมูลต่างๆให้ไว้อย่างแท้จริง
อย่าเชื่อเพราะการบอกเล่าต่อๆกันมา อย่าเชื่อเพราะการอ่านเพียงอย่างเดียว ทดลองด้วยตัวเอง เพราะคำตอบอยู่ที่การฝึกฝนครับ
ด้วยความปราถนาดี ^
yogiya
วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
การเรียนโยคะ คนสนใจอาจมีไม่มากเท่ากับการออกกำลังกายด้านอื่น
ปัจจุบันเราสอนโยคะโดยเน้นที่การฝึกในท่วงท่าและอาสนะฝึกชุดต่อเนื่อง ผู้มาเรียนทุกคนควรพกนำ้ดื่มและผ้าขนหนูและของใช้ส่วนตัวมาด้วย เนื่องจากสถานที่เรียนมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และจำกัดจำนวนผู้เรียน แต่ในการเรียนแต่ละรอบนั้น ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการอธิบายถึงการปฏิบัติอาสนะฝึกต่างๆ และมีอุปกรณ์ช่วยในการฝึก เช่นเชือกช่วยดึง และบล็อกโฟม
ส่วนการฝึกอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากนี้ เช่นการฝึกในระดับสูง จะเปิดให้ผู้เรียนทดลองฝึกนอกเหนือเวลาเรียน (ก่อนและหลังเวลาเรียนปกติ) เนื่องจากต้องดูสภาพความพร้อมของร่างกายผู้เรียน เพราะเป็นการป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติอาสนะที่นอกเหนือจากการฝึกในเวลาเรียน
ขอขอบคุณผุ้สนใจทุกท่านที่ทั้งให้กำลังใจและติชม ข้อดีข้อเสียต่างๆ เราจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป
ครูญา
ส่วนการฝึกอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากนี้ เช่นการฝึกในระดับสูง จะเปิดให้ผู้เรียนทดลองฝึกนอกเหนือเวลาเรียน (ก่อนและหลังเวลาเรียนปกติ) เนื่องจากต้องดูสภาพความพร้อมของร่างกายผู้เรียน เพราะเป็นการป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติอาสนะที่นอกเหนือจากการฝึกในเวลาเรียน
ขอขอบคุณผุ้สนใจทุกท่านที่ทั้งให้กำลังใจและติชม ข้อดีข้อเสียต่างๆ เราจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป
ครูญา
วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555
ทดลองเรียนโยคะฟรี สำหรับผู้ที่สนใจ ย่านลาดพร้าวและโชคชัยสี่ครับ
สำหรับผู้ที่ไม่เคยเรียนโยคะ และมีความสนใจ สมัครขอทดลองเรียนโยคะได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เคยเรียนได้มาร่วมฝึกกับผู้ที่เรียนอยู่ในห้องเรียนจริง
สมัครขอบัตรทดลองเรียนได้ โดยส่งอีเมล์มาที่ yogiyadas@yahoo.com
หรือเมสเสสแจ้งความประสงค์จะรับบัตรทดลองเรียนมาที่เบอร์โทรศัพท์ 0860978338
( หากติดต่อมาแล้วไม่มารับคูปองเรียนหรือไม่มาเรียนถือว่าสละสิทธิ์ครับ )
*** ลูกศิษย์ที่เรียนประจำ เพื่อนและญาติสนิท ไม่ต้องส่งมาขอนะครับ
ขอให้กับผู้ที่สนใจจริงๆเท่านั้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
เวลาเรียนมีสามรอบ มีรายละเอียดเวลาเรียนดังนี้
เช้า 09.00-10.10 น. วันจันทร์-ศุกร์
เย็น 18.30 - 19. 40 น. ทุกวัน (งดสอนวันพุธและศุกร์)
และ 19.45-20.50 น. สอนเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสฯเท่านั้น
ขอบคุณครับ
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เคยเรียนได้มาร่วมฝึกกับผู้ที่เรียนอยู่ในห้องเรียนจริง
สมัครขอบัตรทดลองเรียนได้ โดยส่งอีเมล์มาที่ yogiyadas@yahoo.com
หรือเมสเสสแจ้งความประสงค์จะรับบัตรทดลองเรียนมาที่เบอร์โทรศัพท์ 0860978338
*กรณีที่โทรมาแล้วไม่ได้รับ ให้ส่งเมสเสสเข้ามา แล้วเราจะโทรกลับ เพราะอาจสอนอยู่ หรือไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวครับ
( หากติดต่อมาแล้วไม่มารับคูปองเรียนหรือไม่มาเรียนถือว่าสละสิทธิ์ครับ )
*** ลูกศิษย์ที่เรียนประจำ เพื่อนและญาติสนิท ไม่ต้องส่งมาขอนะครับ
ขอให้กับผู้ที่สนใจจริงๆเท่านั้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
เวลาเรียนมีสามรอบ มีรายละเอียดเวลาเรียนดังนี้
เช้า 09.00-10.10 น. วันจันทร์-ศุกร์
เย็น 18.30 - 19. 40 น. ทุกวัน (งดสอนวันพุธและศุกร์)
และ 19.45-20.50 น. สอนเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสฯเท่านั้น
ขอบคุณครับ
วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555
สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเราเอง (โยคะและการดูแลสุขภาพ)
การเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่่อตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเกินไป
ร่างกายของคนเรา เมื่อถึงวันหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่สภาวะสึกหรอตามการเวลาและการใช้งาน
..หลายคนยังปล่อยให้ร่างกายทำงานหนัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ แล้วเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ ก็ปล่อยภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการเยียวยารักษาให้เป็นหน้าที่ของหมอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราเองเป็นผู้ปล่อยปละละเลย จนเกินเวลาที่เหมาะสมในการดูแลรักษา
ลองหลับตานึกภาพ ความทรงจำที่ผ่านมา เราต่างเคยผ่านการเยียวยาส่วนต่างๆของร่างกายมานับไม่ถ้วน ...ถ้านำมาเขียนเป็นเรื่องเล่าก็คงอ่านกันได้เป็นเล่ม
สิทธิที่ร่างกายควรจะได้รับเป็นเรื่องพื้นฐานง่ายๆ เช่นการพักผ่อน การซ่อมแซมบำรุงด้วยอาหาร และการออกกำลังกาย จนถึงขั้นของการฟื้นฟู
ไม่ใช่ว่าเราทุกคนจะมีอายุยืนยาวเป็นร้อยปี เพียงแต่ช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ การดูแลร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาวะที่สมดุลย์นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ สำหรับโลกในยุคของการสื่อสารที่กว้างไกล
เราทุกคนหาข้อมูลในเชิงวิชาการได้ไม่ยาก ไม่ต้องไปห้องสมุดไกลๆที่ไหน อย่างน้อยข้อมูลในอินเตอร์เนตก็ช่วยได้เป็นอย่างมาก ข้อมูลเหล่านี้จะดูเป็นจริงจังมากขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้ใช้มันจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่อ่านผ่านตาแล้วก็ผ่านเลยไป
คนรอบข้างทยอยป่วยไข้ ล้มหายไปทีละคน
อย่างน้อย เราหนึ่งคนก็ไม่อยากให้คุณต้องหายจากไปด้วยปัญหาสุขภาพ เช่นเดียวกัน
วันที่คุณยังมีเรี่ยวแรงคลิกเม้าส์คอมพิวเตอร์อ่านแล้วเจอสิ่งที่เราสื่อสารกัน นับว่ายังโชคดี
เพราะหากวันไหน คุณไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะขยับแขนขา เพราะปัญหาสุขภาพรุมล้อม
สิ่งที่เราพิมพ์ในวันนี้ก็คงเป็นแค่สูญญากาศ..
ออกกำลังกายบ้างก็แล้วกันครับ
ด้วยความหวังดี ^
วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555
สำหรับผู้ที่สนใจโยคะ ย่านลาดพร้าว และโชคชัยสี่

สวัสดีปีใหม่ครับ
หลายคนตั้งใจว่าต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนใหม่..
ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาว เราคงรู้สึกได้เพียงว่า
" ชีวิตมีความแข็งแกร่งขึ้น "
จากประสบการณ์การสอนโยคะในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาจจะดูยังไม่ยาวนานเพียงพอ แต่ประสบการณ์ทำให้เราได้ข้อคิดบางอย่าง..
...ในความเป็นจริง หลายคนอยากเรียนโยคะ แต่ไม่แน่ใจว่า ตนเองจะเหมาะกับการเรียนหรือเปล่า
ครั้นจะไปลงคอร์สเรียนก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียนแบบไหน อย่างไร และรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนโยคะค่อนข้างสูงพอสมควร สำหรับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นปัจจุบัน
เรามีของขวัญพิเศษให้สำหรับผู้ที่สนใจ เป็นคูปองเรียนโยคะฟรี หนึ่งครั้ง ที่กฤษณะโยคะ ท้ายซอยโชคชัยสี่
กติกาไม่มีอะไรมากมาย ให้คุณส่งเมสเสสข้อความ แจ้งความประสงค์จะเรียน หรือส่งมาที่ e mail : yogiyadas@yahoo.com แล้วเราจะส่งคูปองไปทางไปรษณีย์ และให้คุณเข้ามาเรียนฟรีได้ตามเงื่อนไขในคูปอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และส่งเมสเสสยืนยันมาที่เบอร์ผมเอง (ครูญา) 0860978338
สำหรับท่านที่สนใจจริงๆ อาจบอกวัตถุประสงค์มาด้วยก็ได้ (ถ้ามี)
*กรณีที่โทรมาแล้วไม่มีคนรับ ให้ส่งเมสเสสแจ้งความประสงค์มา แล้วเราจะโทรกลับ เพราะอาจไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวครับ
คูปองมีไม่มาก แต่แจกได้เรื่อยๆครับ
หมายเหตุ *
ไม่แจกลูกศิษย์ประจำ, คนรู้จักกัน เพราะต้องการให้กับผู้ที่สนใจจริงๆ เป็นการให้โอกาสสำหรับคนที่ต้องการมาทดลองเรียนจริงๆ
ตามนี้นะ พวกหัวหมอไม่รับ จะโดนเหยียบด้วยนะครับถ้ามาป่วน เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น
ขอให้มีสุขภาพดีทุกคนครับ
yogiya
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



