วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

โยคะกับการเจริญสติ

ในพื้นฐานความเข้าใจทั่วไป เราแบ่งความมุ่งหมายของโยคะไว้ด้วยเส้นที่บางเบา ฝึกโยคะแล้วร่างกายแข็งแรง และฝึกโยคะแล้วได้สมาธิ..
ความเข้าใจที่หลากหลายไม่ใช่ข้อสรุปชี้วัดให้กับความรู้ในสาขาต่างๆ...
เราเองก็ไม่ต้องการให้ทุกข้อเขียนในหน้าเวบบล็อกนี้เป็นข้อสรุปทุกคำถามที่ล่องลอย เราทำได้เพียงช่วยเพิ่มเติมข้อมูลทั้งด้านสุขภาพและจิตวิญญาณ ในระดับที่คนทั่วไปอ่านและนำไปค้นคว้าหาความรู้ประกอบเพิ่มเติม โดยไม่เน้นว่าจะต้องเป็นเนื้อหาเชิงวิชาการที่หนักเกินไป
เกริ่นนำมาจนแทบออกนอกประเด็น...
การเจริญสติเป็นคำที่มีความหมายในทางการปฏิบัติภาวนา
สำหรับผู้ฝึกโยคะ ในการเรียนจะฝึกฝนควบคู่ไปกับการกำหนดลมหายใจ ซึ่งอาจมีอีกหลายวิธีการตามแต่ครูผู้ฝึกสอนเลือกนำมาเป็นบทเรียน สิ่งที่ได้จากการฝึกโยคะคือเรื่องของผลรวมต่อสุขภาพที่ดีขึ้น และการใช้สติควบคู่ขณะฝึก ผู้เรียนต้องคอยฟังการบรรยายอาสนะฝึกและหลักปฏิบัติในขณะฝึก หากผู้เรียนเผลอไปเพียงชั่วขณะ การฝึกจะขาดความต่อเนื่องทันที.. หากจิตใจเราแส่ส่าย การฝึกโยคะจะเป็นการเน้นเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อบริหารส่วนต่างๆให้ทำงานสะดวกขึ้น โดยเราอาจตัดประเด็นของสมาธิออกไปก่อน ให้การเรียนขณะนั้นสอดคล้องกับภาวะของผู้เรียนเอง เพราะประสบการณ์การสอนที่ผ่านมา เมื่อเริ่มคลาส ผู้เรียนบางคนยังพะวงกับเรื่องต่างๆที่คั่งค้าง กว่าจะเข้าขั้นของการให้สติกลับมาอยู่กับตัวนั้น บางครั้งใช้เวลาพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะจิตในขณะนั้นนั่นเอง จึงปรับเปลี่ยนการสอนให้ควบคู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น เช่นดูจากกลุ่มผู้เรียน เป็นต้น

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

มนุษย์กับการเคลื่อนไหว

เพราะเราทุกคนต่างคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหว วิธีการคิดดังกล่าวจึงติดตัวเราเสมอ และนำมาใช้กับการทำกิจกรรมแทบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การฝึกโยคะ โดยความคิดที่ว่า ยิ่งร่างกายเคลื่อนไหวมากเท่าไร ร่างกายก็ยืดหยุ่นได้มากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ตำราโยคะดั้งเดิม ได้กล่าวไว้ถึงอาสนะในความหมายที่ว่า อาสนะนำไปสู่ความนิ่ง และความเป็นปกติสุข ซึ่งเราอาจเข้าใจง่ายๆตามหลักการดำรงชีวิตทั่วไปว่า การเคลื่อนไหวทำให้ร่างกายทำงาน ระบบต่างๆทำงาน ยิ่งเคลื่อนไหวมากยิ่งดี แต่เราอาจลืมคิดในอีกมุมหนึ่งว่า อิริยาบทที่นิ่งและเคลื่อนไหวน้อยที่สุดนั้น ใช่ว่าระบบประสาทจะหยุดการทำงาน (สถิรสุขมาสนะ) เพราะการหยุดนิ่งนั้น ระบบต่างๆของเรายังคงทำงานเต็มที่ เพื่อรักษาร่างกายให้นิ่ง ซึ่งใช้กำลังพอๆกับการเคลื่อนไหว แต่อาจเป็นเพราะความเคยชิน เราจึงเข้าใจกันว่า ยิ่งเคลื่อนไหวมากยิ่งดี
(ติดตามต่อในตอนหน้าครับ)

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เผาผลาญส่วนเกินของร่างกายด้วยการฝึกโยคะ ทำได้จริงหรือไม่.

     การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโยคะที่มีมากขึ้นในอินเตอร์เนต ทำให้เราค้นคว้าประกอบการตัดสินใจเพื่อการดูแลสุขภาพของตัวเราเอง หรือคนที่เรารักและเป็นห่วงได้ไม่ยากนัก ซึ่งหนึ่งในข้อมูลเหล่านั้น คุณอาจค้นเจอสิ่งที่เราเขียนผ่านตา
     ข้อมูลทางอินเตอร์เนต ช่วยในขั้นพื้นฐานของการสืบค้น เพราะส่วนที่เหลือคือ เราต้องค้นคว้าและทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงจะรู้ เพราะการเรียนโยคะไม่ใช่เพียงการท่องจำ..
     ในห้องเรียน เราบอกอยู่เสมอว่า คุณไม่ต้องพยายามจำอาสนะต่างๆ เพราะยิ่งเราพยายามมากเท่าไร อาจเป็นการปิดกั้นความรู้ ที่เกิดจากการเรียนรู้ระหว่างฝึกปฏิบัติ เพราะในกระบวนการเรียนรู้โยคะ เรารู้ได้จากการเข้าใจในระหว่างท่วงท่าอาสนะ และการฝึกด้วยความเข้าใจ แม้จะไม่มากนัก แต่ความเข้าใจในอาสนะต่างๆนั้น ทำให้เรารู้ถึงความสัมพันธ์ของระบบต่างๆได้เป็นอย่างดี ( ความเข้าใจในธรรมชาติของการหายใจและการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อในแบบโยคะ)
     ข้อมูลเชิงวิชาการมีไว้ให้เราเป็นผู้ตรวจสอบด้วยตนเอง ส่วนการปฏิบัติจริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การท่องจำและเข้าใจแบบนกแก้วนกขุนทองไม่สนุกเท่ากับการเรียนรู้ในการฝึกจริงๆ
     เราไม่ได้บอกว่าการท่องจำไม่ดี แต่อยากให้คุณลองฝึกด้วยตัวเอง และหากเป็นไปได้ ควรฝึกต่อเนื่องสักระยะ เพื่อดูผลที่ได้จากการฝึก และได้เข้าใจสิ่งที่หนังสือข้อมูลต่างๆให้ไว้อย่างแท้จริง

อย่าเชื่อเพราะการบอกเล่าต่อๆกันมา อย่าเชื่อเพราะการอ่านเพียงอย่างเดียว ทดลองด้วยตัวเอง เพราะคำตอบอยู่ที่การฝึกฝนครับ

ด้วยความปราถนาดี ^

yogiya

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเรียนโยคะ คนสนใจอาจมีไม่มากเท่ากับการออกกำลังกายด้านอื่น

  ปัจจุบันเราสอนโยคะโดยเน้นที่การฝึกในท่วงท่าและอาสนะฝึกชุดต่อเนื่อง ผู้มาเรียนทุกคนควรพกนำ้ดื่มและผ้าขนหนูและของใช้ส่วนตัวมาด้วย เนื่องจากสถานที่เรียนมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และจำกัดจำนวนผู้เรียน แต่ในการเรียนแต่ละรอบนั้น ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการอธิบายถึงการปฏิบัติอาสนะฝึกต่างๆ และมีอุปกรณ์ช่วยในการฝึก เช่นเชือกช่วยดึง และบล็อกโฟม


  ส่วนการฝึกอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากนี้ เช่นการฝึกในระดับสูง จะเปิดให้ผู้เรียนทดลองฝึกนอกเหนือเวลาเรียน (ก่อนและหลังเวลาเรียนปกติ) เนื่องจากต้องดูสภาพความพร้อมของร่างกายผู้เรียน เพราะเป็นการป้องกันการบาดเจ็บจากการปฏิบัติอาสนะที่นอกเหนือจากการฝึกในเวลาเรียน
ขอขอบคุณผุ้สนใจทุกท่านที่ทั้งให้กำลังใจและติชม ข้อดีข้อเสียต่างๆ เราจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป


ครูญา


วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

ทดลองเรียนโยคะฟรี สำหรับผู้ที่สนใจ ย่านลาดพร้าวและโชคชัยสี่ครับ

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเรียนโยคะ และมีความสนใจ สมัครขอทดลองเรียนโยคะได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เคยเรียนได้มาร่วมฝึกกับผู้ที่เรียนอยู่ในห้องเรียนจริง

สมัครขอบัตรทดลองเรียนได้ โดยส่งอีเมล์มาที่ yogiyadas@yahoo.com
หรือเมสเสสแจ้งความประสงค์จะรับบัตรทดลองเรียนมาที่เบอร์โทรศัพท์ 0860978338

*กรณีที่โทรมาแล้วไม่ได้รับ ให้ส่งเมสเสสเข้ามา แล้วเราจะโทรกลับ เพราะอาจสอนอยู่ หรือไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวครับ


( หากติดต่อมาแล้วไม่มารับคูปองเรียนหรือไม่มาเรียนถือว่าสละสิทธิ์ครับ )

*** ลูกศิษย์ที่เรียนประจำ เพื่อนและญาติสนิท ไม่ต้องส่งมาขอนะครับ

ขอให้กับผู้ที่สนใจจริงๆเท่านั้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ


เวลาเรียนมีสามรอบ มีรายละเอียดเวลาเรียนดังนี้

เช้า  09.00-10.10 น. วันจันทร์-ศุกร์
เย็น 18.30 - 19. 40 น. ทุกวัน (งดสอนวันพุธและศุกร์)
และ 19.45-20.50 น. สอนเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสฯเท่านั้น


ขอบคุณครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเราเอง (โยคะและการดูแลสุขภาพ)


การเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่่อตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเกินไป
ร่างกายของคนเรา เมื่อถึงวันหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่สภาวะสึกหรอตามการเวลาและการใช้งาน
..หลายคนยังปล่อยให้ร่างกายทำงานหนัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ แล้วเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ ก็ปล่อยภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการเยียวยารักษาให้เป็นหน้าที่ของหมอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราเองเป็นผู้ปล่อยปละละเลย จนเกินเวลาที่เหมาะสมในการดูแลรักษา

ลองหลับตานึกภาพ ความทรงจำที่ผ่านมา เราต่างเคยผ่านการเยียวยาส่วนต่างๆของร่างกายมานับไม่ถ้วน ...ถ้านำมาเขียนเป็นเรื่องเล่าก็คงอ่านกันได้เป็นเล่ม
สิทธิที่ร่างกายควรจะได้รับเป็นเรื่องพื้นฐานง่ายๆ เช่นการพักผ่อน การซ่อมแซมบำรุงด้วยอาหาร และการออกกำลังกาย จนถึงขั้นของการฟื้นฟู
ไม่ใช่ว่าเราทุกคนจะมีอายุยืนยาวเป็นร้อยปี เพียงแต่ช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ การดูแลร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาวะที่สมดุลย์นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ สำหรับโลกในยุคของการสื่อสารที่กว้างไกล
เราทุกคนหาข้อมูลในเชิงวิชาการได้ไม่ยาก ไม่ต้องไปห้องสมุดไกลๆที่ไหน อย่างน้อยข้อมูลในอินเตอร์เนตก็ช่วยได้เป็นอย่างมาก ข้อมูลเหล่านี้จะดูเป็นจริงจังมากขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้ใช้มันจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่อ่านผ่านตาแล้วก็ผ่านเลยไป
คนรอบข้างทยอยป่วยไข้ ล้มหายไปทีละคน
อย่างน้อย เราหนึ่งคนก็ไม่อยากให้คุณต้องหายจากไปด้วยปัญหาสุขภาพ เช่นเดียวกัน
วันที่คุณยังมีเรี่ยวแรงคลิกเม้าส์คอมพิวเตอร์อ่านแล้วเจอสิ่งที่เราสื่อสารกัน นับว่ายังโชคดี
เพราะหากวันไหน คุณไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะขยับแขนขา เพราะปัญหาสุขภาพรุมล้อม
สิ่งที่เราพิมพ์ในวันนี้ก็คงเป็นแค่สูญญากาศ..
ออกกำลังกายบ้างก็แล้วกันครับ
ด้วยความหวังดี ^

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

สำหรับผู้ที่สนใจโยคะ ย่านลาดพร้าว และโชคชัยสี่


สวัสดีปีใหม่ครับ

หลายคนตั้งใจว่าต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนใหม่..
ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาว เราคงรู้สึกได้เพียงว่า

" ชีวิตมีความแข็งแกร่งขึ้น "

จากประสบการณ์การสอนโยคะในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาจจะดูยังไม่ยาวนานเพียงพอ แต่ประสบการณ์ทำให้เราได้ข้อคิดบางอย่าง..
...ในความเป็นจริง หลายคนอยากเรียนโยคะ แต่ไม่แน่ใจว่า ตนเองจะเหมาะกับการเรียนหรือเปล่า
ครั้นจะไปลงคอร์สเรียนก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียนแบบไหน อย่างไร และรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนโยคะค่อนข้างสูงพอสมควร สำหรับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นปัจจุบัน



เรามีของขวัญพิเศษให้สำหรับผู้ที่สนใจ เป็นคูปองเรียนโยคะฟรี หนึ่งครั้ง ที่กฤษณะโยคะ ท้ายซอยโชคชัยสี่
กติกาไม่มีอะไรมากมาย ให้คุณส่งเมสเสสข้อความ แจ้งความประสงค์จะเรียน หรือส่งมาที่ e mail : yogiyadas@yahoo.com แล้วเราจะส่งคูปองไปทางไปรษณีย์ และให้คุณเข้ามาเรียนฟรีได้ตามเงื่อนไขในคูปอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และส่งเมสเสสยืนยันมาที่เบอร์ผมเอง (ครูญา) 0860978338
สำหรับท่านที่สนใจจริงๆ อาจบอกวัตถุประสงค์มาด้วยก็ได้ (ถ้ามี)

*กรณีที่โทรมาแล้วไม่มีคนรับ ให้ส่งเมสเสสแจ้งความประสงค์มา แล้วเราจะโทรกลับ เพราะอาจไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวครับ
คูปองมีไม่มาก แต่แจกได้เรื่อยๆครับ

หมายเหตุ *

ไม่แจกลูกศิษย์ประจำ, คนรู้จักกัน เพราะต้องการให้กับผู้ที่สนใจจริงๆ เป็นการให้โอกาสสำหรับคนที่ต้องการมาทดลองเรียนจริงๆ

ตามนี้นะ พวกหัวหมอไม่รับ จะโดนเหยียบด้วยนะครับถ้ามาป่วน เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น


ขอให้มีสุขภาพดีทุกคนครับ
yogiya

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ส่งท้ายปีเก่า krshnyoga

กำลังจะผ่านไปอีก 1 ปี ..
เจตนาของผู้สร้างบล็อกนี้ขึ้นมา เพื่อใช้ประกอบการสอนโยคะที่เราเป็นผู้สอน โดยตั้งความหวังไว้เพียงว่า บล็อกนี้อาจเป็นประโยชน์บ้าง สำหรับผู้ที่สนใจในการฝึกโยคะ

เนื่องจากผู้มีปัญหาด้านสุขภาพในเมืองไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น .. หลายคนเปิดมาอ่านบล็อกนี้เพราะต้องการข้อมูลด้านสุขภาพล้วนๆ แต่เราไม่มีมากพอ
ต้องการเพียงความเรียบง่าย อ่านได้เข้าใจและเป็นกันเอง
บล็อกนี้จึงอาจไม่ใช่เนื้อหาทางวิชาการครับ
ปีที่ผ่านมา การสอนโยคะของเราไม่เน้นที่การฝึกหนักเช่นปีก่อน ส่วนปีถัดไป จะเป็นการฝึกฝนควบคู่ไปกับให้มีสติและสมาธิ
...ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงแผนการในอนาคต
จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

สวัสดีปีใหม่ ^

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผู้ฝึกโยคะที่เพิ่มจำนวน , เทศกาลแห่งความรื่นเริง , อาสนะโยคะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่

บทความนี้เขียนขึ้นในวันสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน
ต้อนรับเดือนแห่งความรื่นเริง เดือนแห่งเทศกาลความสุข และการเตรียมตัวต้อนรับสิ่งใหม่ๆ
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ระยะเวลาร่วมสองเดือน ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับคนไทย กับเพื่อนร่วมชาติของเรา หลายคนสูญเสีย หลายคนไร้ที่พึ่งทางใจ ที่พักพิงต่างๆนาๆ
แต่ในไม่ช้า เราทุกคนก็ต้องผ่านพ้นไป บางคนอาจผ่านพ้นมาแล้ว บางคนเป็นผู้ประสบอุทกภัยอยู่
เดือนสุดท้ายของปี เท่าที่ชีวิตพบผ่านมา ทุกคนต่างพูดถึงการเตรียมการเริ่มต้นในสิ่งใหม่ และริเริ่มในสิ่งใหม่ๆ ที่เราต่างเรียกว่า ความก้าวหน้า
แม้ในโลกความจริง ชีวิตไม่ได้ราบเรียบเสมอต้นเสมอปลาย แต่มนุษย์ทุกคนย่อมล้วนพึ่งพาความหวังและกำลังใจ
ผืนดินที่เรายืนอยู่แตกต่างในเรื่องของรายละเอียด .. เราไม่ใช่ผู้วิเศษในโลกของความเป็นจริง ในโลกแห่งความคิด เรานึกฝันกันไปได้ต่างๆ
หวังว่า การก้าวผ่านพ้นคืนวันในอนาคตข้างหน้า ย่อมนำพาเราไปพบกับสุข แม้ในความเป็นจริงอาจต้องแลกกับรายละเอียดของความทุกข์มากน้อย แล้วแต่กรรมของแต่ละคน
เราก็ยังคงยืนยันในเจตนาเดิม ให้คุณดูแลสุขภาพของตัวเอง ก่อนที่จะก้าวเดินไปในทิศทางของสิ่งที่วาดหวังเอาไว้ และปราถนาให้ทุกคนพิจารณาทุกอย่างตามกำลังสติปัญญา
จริงอยู่ที่ว่า ในโลกของโยคะนั้น ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ความแปลกใหม่อยู่ที่ผู้ฝึกค้นพบ ตามกำลังกรรมของคุณ อาสนะโยคะไม่ใช่ว่าจะเป็นการทำซำ้ด้วยความเคยชินเท่านั้น
แต่เป็นการพัฒนาทั้งร่างกายและหัวใจของตัวผู้ฝึกเอง
พูดไปก็ไม่เท่าทดลองฝึกด้วยตนเอง ...
อ่านหนังสือหรือจะสู้ทดลองด้วยตนเอง
ขอต้อนรับผู้ที่กำลังสนใจในศาสตร์ของโยคะ และผู้ที่สนใจในการดูแลสุขภาพ และผู้ที่ผ่านมาด้วยความบังเอิญทุกท่าน
ด้วยความยินดี


วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไป


ภาวะอุทกภัยที่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังประสบ ทำให้หลายคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก แม้แต่ผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างปกติก็ยังอดมีความหวาดระแวงไม่ได้ว่านำ้จะท่วมบ้านหรือเปล่า แม้แต่ผมเองในบางครั้งยังหวั่นไหวกับภาพที่พบเห็นในสื่อต่างๆ และไม่กี่วันที่ผ่านมา พายุฝนได้กระหนำ่ในละแวกที่พักอาศัย จนเกิดอาการนำ้ท่วมขังที่ค่อนข้างน่ากลัว

หลายคนเสียขวัญและกำลังใจ จึงไม่แปลกที่กิจกรรมทางสังคมต่างๆ ทั้งการประกอบธุรกิจสาขาต่างๆก็ชะงักลง แม้แต่ผู้ที่ฝึกโยคะก็ไม่มีเวลาจะมาคำนึงถึงเรื่องสุขภาพ

ธรรมชาติไม่ได้โหดร้าย เพียงแต่ธรรมชาติดำเนินไปตามวิถีทางของตนเอง เราอาจไม่รู้สึกถึงความคุ้นชิน เพราะอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย จนบางครั้ง เมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างหายไป เราก็ไม่สามารถทำอะไรในแบบที่เป็นปกติได้

ผมไม่ได้เขียนให้รู้สึกว่าเป็นการกระทบกระเทือนซำ้เติมหรือเจตนาแอบแฝงแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขียนในวันนี้เป็นการสะท้อนความคิดถึงวิถีชีวิตที่แสนจะธรรมดา

…ในโลกที่สวยงามและศิวิไลซ์ หลายคนกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเติมเต็มความฝันความคิดที่ไม่สมบูรณ์

หลายคนสะกดจิตใจตนเองด้วยสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่อาจมากเกินความจำเป็น

หลักการดำรงชีวิตง่ายๆ ที่เราต่างรู้ …ปัจจัยสี่ ซึ่งได้แตกแยกออกไป

บทเรียนจากธรรมชาติอาจเป็นเหมือนภาพในหนังสารคดีหรือภาพยนตร์ระดับโลกที่ดูเพื่อความบันเทิง

และนานวันเข้า เราก็หลงลืม และพบกับบทเรียนใหม่ๆที่นับวันจะเลวร้ายขึ้น ตามวันเวลาของเทคโนโลยีที่เข้ามา

เรารับรู้ข้อมูลต่างๆผ่านทางข้อมูลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แทนการอ่านจากหน้ากระดาษ

หรือว่า…โลกหมุนเร็วเกินไป

หลับตาช้าๆ นั่งในที่สงบ…

หายใจเข้าและออกยาวๆ … ก้าวเข้าสู่โลกแห่งจิตใจดูสักครั้ง

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สมดุลย์ของธรรมชาติ

เดือนตุลาคม ช่วงรอยต่อของปลายฤดูฝนและเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูหนาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ปีนี้หลายพื้นที่ประสบอุทกภัย เป็นปีที่นำ้มากกว่าหลายปี
แม้จะจำความได้ว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ตาม
แต่การทิ้งช่วงของเหตุการณ์ธรรมชาติ เรื่องของฤดูกาลนั้น กาลเวลามักจะทำให้เราหลงลืมว่าเมื่อเหตุการณ์ต่างๆหวนกลับมาอีกครั้ง จะรับมือกับปัญหาต่างๆได้อย่างไร
ความเดือดร้อนของมนุษย์นั้น สาเหตุหนึ่งคือเรื่องของการขาดความสมดุลย์ ขาดความพอดี
ผมเองไม่ใช่ผู้นำทางความคิดแต่อย่างใด เพราะทุกสิ่งที่เขียนมาตลอดระยะเวลายาวนานนั้น เป็นเพียงการนำเสนอมุมมองในทัศนะของคนอีกหนึ่งคน
ในวันที่วัยวุฒิและประสบการณ์สั่งสอนเราว่า ความประมาทในการใช้ชีวิตเป็นอันตรายต่อตัวเราเอง และหากยังคงอยู่ติดตัวเราเอง ร่างกายนี้ก็ไม่ต่างจากชีวิตที่อยู่ไปเพื่อปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยไป เท่านั้นเอง
ธรรมชาติปรับสมดุลย์โดยตัวเองเมื่อถึงเวลา เราเป็นจุดเล็กๆจุดหนึ่งที่หากฝืนดื้อดึง ก็ได้รับอันตรายและบาดเจ็บ หากโอนอ่อนตามด้วยความเข้าใจ จะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่เราเองอาจจะไม่เคยมองเห็น
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เราต่างอยู่บนผืนโลกใบเดียวกัน

"You may say that I'm a dreamer
But I'm not the only one
I hope someday you'll join us
And the world will be as one "



วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

อันตรายจากความประมาทในการฝึกโยคะที่ไม่ควรมองข้าม

การทำอะไรทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจนั้น จะส่งผลให้กับตัวเราในทางที่ดี(ไม่ใช่เฉพาะการฝึกโยคะ) ซึ่งเป็นไปได้กับกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวัน และนับเป็นคุณลักษณะที่ดีสำหรับนำไปพัฒนาต่อไปในกิจกรรมต่างๆ
ผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาต่างๆนั้น ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะเรามีความสามารถที่ต่างกัน จึงมีความหลากหลายในเรื่องของความรู้ในสาขาต่างๆ บางคนชำนาญในเรื่องการจัดการตัวเลข การจัดระบบระเบียบสิ่งของ การนำเสนอ การทำเอกสาร การวาดภาพฯ

ผู้ฝึกโยคะหลายคนฝึกจนเกิดความชำนาญและเข้าใจในอาสนะ ในขณะที่หลายคนกำลังทำความเข้าใจอาสนะและอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน แต่บุคคลประเภทหลังจะเป็นผู้ที่ฝึกโยคะด้วยความระมัดระวัง ประกอบกับการพยายามทำการเรียนรู้ จึงมีโอกาสเสี่ยงจากการบาดเจ็บน้อยกว่าผู้ที่เข้าใจว่าตนเองมีความชำนาญแล้ว และอาจมีบางช่วงที่ฝึกโดยขาดความรอบคอบและระมัดระวัง โดยเแพาะอย่างยิ่งในอาสนะชุดยากต่างๆ ที่ยิ่งฝึกได้มากขึ้นเท่าไร กลับสร้างความ "หลงในอาสนะ" เหล่านั้น ให้กับผู้ฝึก บางคนถึงกับตัดสินว่า อาสนะยากๆเป็นตัวชี้วัดความเก่งของผู้ฝึกโยคะ จนอาจหลงลืมถึงแก่นของโยคะและคุณสมบัติที่กล่าวถึงเรื่องของสมาธิและการฝึกจิตไป

ผมเองไม่ใช่ครูโยคะที่เก่งในระดับที่หลายคนอาจกล่าวใช้คำยกย่องได้ แต่การเขียนบทความตอนนี้เขียนขึ้นเพื่อเตือนสติผู้ฝึกโยคะให้ตระหนักถึงโทษของการฝึกโยคะที่เราทำเพียงเพื่อต้องการเอาชนะตนเองโดยขาดความเข้าใจร่างกายของตนเองในขั้นพื้นฐาน การประเมินศักยภาพของตนเองและอาจเป็นการไม่รู้จักกาละเทศะในเรื่องสรีระของเราเอง
ดังเช่นอาสนะฝึกชุดกลับหัว ที่หลายคนอยากทำได้เพียงเพื่อพิสูจน์ว่า "ฉันทำได้" เพราะผมเองเคยบาดเจ็บจากการฝึกอาสนะชุดนี้มาแล้ว และยังโชดดีที่ไม่เกิดการกดทับของเส้นประสาทต้นคอ (ซึ่งสามารถส่งผลต่อสุขภาพในระดับที่อันตรายได้จากการกดทับของเส้นประสาทดังกล่าว)
ความพอดีและค่อยเป็นค่อยไป ทำได้เมื่อถึงเวลา จึงเป็นวลีที่ผมพูดลอยๆในชั้นฝึกโยคะ หลายคนอาจมองว่า เหมือนกับไม่ใส่ใจ
แต่ในความเป็นจริง มุมมองของผม เห็นบุคลิกของผู้ฝึกหลายคนว่า ยังไม่พร้อมในอาสนะนั้นๆ เพราะหากทำไปโดยร่างกายยังไม่พร้อม
คุณนั่นแหละที่ทำร้ายตัวคุณเอง และเมื่อถึงเวลานั้น อาจสายเกินไปกว่าจะกล่าวคำว่าเสียใจครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
25 กันยายน 2554